Click เพื่อเข้าสู่เว็บหรรษาใหม่
ดาราไทย
ดาราเอเชีย
ดาราฮอลลีวูด
คนดังหลังจอ
คนดังจากข่าว
คนดังในอดีต
Photo
Arashi | อาราชิ 嵐
Arashi

อาราชิ (ญี่ปุ่น: 嵐 Arashi ) เป็นกลุ่มศิลปินบอยแบนด์จากประเทศญี่ปุ่น ภายใต้สังกัดของบริษัจ Johnny & Associates พายุที่ถูกสร้างโดยคุณจอห์นนี่ได้พัดให้ทั้ง 5 มารวมกันได้อย่างลงตัว มีการเดบิ้วที่ฮาวายในวันที่ 15 กันยายน ค.ศ. 1999

หลังจากวางจำหน่ายหนึ่งอัลบั้ม, หนึ่งอัลบั้มรวมฮิต และอีกหกซิงเกิ้ล ภายใต้สังกัด Pony Canyon ทางวงได้ย้ายออกไปอยู่ค่ายลูกของบริษัจจอห์นนี่ที่ชื่อว่า J Storm ในปี 2001 ซึ่งทำให้ทางวงประสพความสำเส็จอย่างสูง หลังจาก 9 ปีที่ได้เดบิว ในปี 2008 ซิงเกิ้ล "Truth/Kaze no Mukō e" และ "One Love" ได้ทะยานขึ้นสู่อันดับสูงสุด 1 และ 2 ของ ออริก้อนชารทประจำปี พิสูจน์ถึงความสำเร็จอันยาวนานในวงการ เพลงญี่ปุ่น แม้ว่าภาพพจน์จะเป็นแค่ไอด้อลญี่ปุ่นก็ตาม

ปี 2009 อาราชิกลายเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่สามารถใต่อันดับ 1 ในสาขา ซิงเกิ้ล, อัลบั้ม, DVD เพลง และศิลปินที่ทำยอดขายได้มากสุดของปีทั้งหมดภายในปีเดียวกัน พวกเค้ายังเป็นศิลปินกลุ่มที่สามในประวัติศาสตร์ของออริก้อนที่สามารถครองสามซิงเกิ้ลอันดับสูงสุดและสองซิงเกิ้ลอันดับสูงสุดของปีก่อน ทำให้ครองอันดับสูงสุดสองปีติดต่อกัน

ประวัติ
1999–2001: เดบิวท์ จนถึงการออกจากค่าย Pony Canyon
ในวันที่ 15 สิงหาคม ค.ศ.1999 ทางค่าย Johnny & Associates ได้ทำการประกาศกลางเดบิวท์ของวงอย่างเป็นทางการ โดยการประครั้งนี้จัดขึ้นในเรือครูซที่แล่นผ่านชายฝั่งของ เมืองโฮโนลูลู ประเทศฮาวาย โดย จอนนี่ คิตางาว่า ได้ทำการคัดเลือกเด็กหนุ่มจูเนี่ยร์ 5 คนมาเป็นสมาชิกของอาราชิ โดยชื่อของวงอ่านว่า 「嵐」 ที่แปลเป็นภาษาไทยว่า "พายุ" และอิเมจของวงคือพายุที่จะโหมกระหน่ำไปทั่วโลก  แล้ววันที่ 3 พฤศจิกายน ค.ศ. 1999 ซิงเกิ้ลแรกอย่างเป็นทางการที่ใช้เชื่อเดียวกับวงอย่าง "Arashi" ก็วางจำหน่าย ซึ่งเป็นเพลงที่ใช้ประกอบการแข่งขันวอลเลย์บอลโลกครั้งที่ 8 ซึงญี่ปุ่นได้เป็นเจ้าภาพ ซิงเกิ้ลนี้ได้รับความนิยมอย่างสูง โดยทำยาดขายได้ 557,430 ชุดในอาทิตย์แรกของการวางจำหน่าย และทำยอดขายได้เกือบถึงหนึ่งล้านชุดในทั้งหมดของการจำหน่าย

ในวันที่ 5 เมษายน คศ. 2000 ซิงเกิ้ลที่สองของวง "Sunrise Nippon/Horizon" ได้วางจำหน่ายและทำยอดขายในอาทิตย์แรกได้ 304,340 ชุด วันต่อมาทางวงได้เริ่มทัวร์คอนเสิรตครั้งแรกที่ Osaka-jō Hall  ต่อมาในเดือนกรกฎาคม ทางวงได้ปล่อยซิงเกิ้ล "Typhoon Generation" โดยเปิดตัวอยู่ที่อันดับสามของตารางด้วยยอดขาย 256,510 ชุดในอาทิตย์แรก และอยู่ในตารางอีก 9 สัปดาห์ก่อนที่จะหลุดตารางไป  หลังจากจัดคอนเสิรตอีกครั้งในเดือนสิงหา ทางวงได้ออกซิงเกิ้ลสุดท้ายของปี 2000 ชื่อว่า "Kansha Kangeki Ame Arashi" โดยทำยอดขายอาทิตย์แรกได้ 258,720 ชุด

เดือนมกราคม คศ. 2001 ทางวงได้ออกอัลบั้มแรก Arashi No.1 Ichigou: Arashi wa Arashi o Yobu! โดยอัลบั้มนี้เปิดตัวเป็นอันดับที่หนึ่งในอาทิตย์แรกของการจำหน่าย และทำยอดขายไปได้ 267,220 ชุด อัลบั้มนี้เป็นอัลบั้มที่ขายดีที่สุดของวงจนกระทั่งอัลบั้มฉลอง 10 ปีของวง All the Best! 1999-2009 วางจำหน่าย และอัลบั้มนี้ทำยอดขายทั้งหมดไป 323,030 ชุด จากวันที่ 25 มีนาคม ถึง 30 เมษายน ปี 2001 ทางวงทัวร์คินเสิรตทั่วประเทศครั้งแรกในชื่อ Arashi Spring Concert 2001 โดยจัดที่ เซนได, โอซาก้า, นาโงย่า, ฮอกไกโด, ฟุคุโอกะ, ฮิโรชิม่า, คานาซาว่า, โทยาม่า และ โตเกียว โดยจัดการแสดงทั้งหมด 26 รอบ ก่อนที่ทางวงจะออกไปอยู่ค่ายใหม่ของตัวเอง ทางวงได้ปล่อยซิงเกิ้ลสุดท้ายภายไต้การจำหน่ายของ Pony Canyon ชื่อว่า "Jidai" ออกมา โดยเพลงนี้เป็นเพลงประกอบละคร Kindaichi Shonen no Jikenbo 3 ซึ่งนำแสดงโดยมัตสึโมโตะ เพลงนี้ยังชนะรางวัล Best Theme Song จากงาน 30th Television Drama Academy Awards ซึ่งเป็นรางวัลแรกที่ทางวงได้รับอีกด้วย

2002–2005: J Storm และยอดขายที่ตกต่ำลง
อาราชิ เริ่มต้นปี ค.ศ.2002 โดยได้ตั้งค่ายใหม่ J Storm ซึ่งตั้งมาจากชื่อภาษาอังกฤษของวงเอง  และได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรกภาคใต้สังกัดใหม่ที่ชื่อ "A Day in Our Life" ออกมา ซิงเกิ้ลนี้สามารถทำยอดขายในอาทิตย์แรกไปได้ 226,480 ชุด  ซึ่งเกิ้ลต่อมาอย่าง "Nice na Kokoroiki" และ "Pikanchi" ได้ถูกใช้ประกอบการตูนอะนิเมะและหนังของทางวงตามลำดับ ทั้งสองซิงเกิ้ลสามารถเปิดตัวที่ยอดขายอันดับ 1 ของ Oricon Chart ด้วยยอดขาย 168,120 ชุด และ 110,230 ชุด ตามลำดับ

ปี ค.ศ.2003 ผลงานซิงเกิ้ลของทางวงได้ลดลงมาขายสองซิงเกิ้ลต่อปี และใช้รูปแบบนี้ไปอีก 4 ปี ทั้งสองซิงเกิ้ลของปี 2003 "Tomadoi Nagara" และ "Hadashi no Mirai/Kotoba Yori Taisetsu na Mono" เปิดตัวที่อันดับ 2 ของตาราง  โดยเพลง "Kotoba Yori Taisetsu na Mono" ยังเป็นเพลงแรกที่สมาชิกของวงได้มีส่วนร่วมในการเขียนเนื้อร้อง โดยหลังจากนั้นซากุไร แรปเปอร์ของวงก็รับหน้าเขียนเนื้อเพลงท่อนแร๊ฟในทุกๆเพลงต่อมา ปี 2004 เป็นการฉลองครบ 5 ปี ของการก่อตั้งวง ทางวงได้ปล่อยซิงเกิ้ลที่ 12 ในชื่อว่า "Pikanchi Double" ในเดือนกุมภาพันธุ์ และทำยอดขายอาทิตย์แรกไปได้ 89,106 ชุด  เพื่อฉลองการครบรอบ 5 ปี ทางวงได้ออกอัลบั้มรวมฮิตในชื่อ 5x5 The Best Selection of 2002–2004

ในวันปีใหม่ปี ค.ศ.2005 อาราชิได้วางจำหน่าย DVD คอนเสิร์ตเป็นครั้งแรกหลังจาก How's It Going? ในปี 2003 ในชื่อว่า 2004 Arashi! Iza, Now Tour!! ตั้งแต่ 26 กรกฎาคม ถึง 24 สิงหาคม ทางวงได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตฤดูร้อนชื่อว่า One ซึ่งมากจาก อัลบั้มในชื่อเดียวกัน โดยไฮไลท์สำคัญของทัวร์ที่การที่วงร้องเพลง "Sakura Sake" ซิงเกิ้ลแรกที่จำหน่ายของปีนี้บน "เวทีเคลื่อนที่" ซึ่งเป็นเวทีที่เคลื่อนย้ายผ่านผู้ชมคอนเสิร์ตได้  ซึ่งคิดค้นโดนมัตสึโมโตะ หลังจากนั้นเวทีนี้จึงถูกใช้ในคอนเสิร์ตสำคัญของวงทุกๆครั้ง เพื่อให้ผู้ชมที่อยู่ไกลสามารถสัมผัสกับสมาชิกของวงได้อย่างทั่วถึง  ในเดือนพฤศจิกายน อาราชิได้ปล่อยซิงเกิ้ลใหม่ซึ่งใช้ประกอบ ละครที่สร้างจากหนังสือการตูนชื่อดัง Hana Yori Dango โดยมีมัตสึโมโตะแสดงนำ โดยซิงเกิ้ลชื่อว่า "Wish" โดยสามารถทำยอดขายอาทิตย์แรกไปได้ 178,000 ชุด และ มากกว่า 300,000 ชุดเมื่อหมดการวางจำหน่าย ทำให้ซิงเกิ้ลนี้เป็นซิงเกิ้ลแรกในรอบเกือบสามปีที่สามารถขายได้มากกว่า 300,000 ชุด หลังจาก "A Day in Our Life" ในปี 2002

 2006: ตีตลาดเอเชีย
ปี ค.ศ. 2006 ซิงเกิ้ลและอัลบั้มของวงได้เริ่มจัดจำหน่ายนอกประเทศญี่ปุ่น โดยอัลบั้ม Arashic ไม่ได้จัดจำหน่ายแค่ในญี่ปุ่นเท่านั้น แต่ยังจำหน่ายไปถึง ฮ่องกง, เกาหลีใต้, ไตหวัน และ ไทย อีกด้วย อัลบั้มนี้ยังประสพความสำเร็จในเกาหลีอย่างมาก โดย 10,000 ชุดแรก สามารถขายหมดในวันแรกของการจัดจำหน่าย ยังขึ้นเป็นอันดับหนึ่งของชารต์ต่างประเทศในสัปดาห์ที่สามของเดือนกรกฎาคมอีกด้วย

ระหว่างทัวร์คอนเสิร์ต Arachic Arashic Arasick Cool and Soul ในช่วงฤดูร้อน ทางวงได้ประกาศทัวร์เอเชียชื่อว่า Jet Storm Tour ในวันที่ 31 กรกฎาคม  โดยทางวงได้บินไป 3 ประเทศ ได้แก่ ไต้หวัน, ไทย และ เกาหลีใต้ โดยทั้งสามประเทศคือประเทศที่ทางวงจะไปจัดแสดง Asia tour ซึ่งทางวงได้ไปโปรโมตอัลบั้ม Arashic ทั้งหมดภายในวันเดียว ในวันที่ 16-17 กันยายน อาราชิได้จัดแสดงที่ ไทเปอารีน่า ของ ไทเป

ในงาน Asia Song Festival ครั้งที่สาม ทางวงได้เป็นตัวแทนของประเทศญี่ปุ่นไปร่วมงาน โดยได้ทำการแสดงเพลง "Arashi", "Wish" และ "Kitto Daijōbu" ซึ่งเป็นซิงเกิ้ลแรกของปีนี้ ในวันที่ 22 กันยายน เกือบสองเดือนหลังจากนั้น พวกเค้าได้กลายเป็นศิลปินกลุ่มแรกของค่ายที่ได้จัดแสดงคอนเสิร์ตอย่างเป็นทางการในประเทศเกาหลีใต้  อ้างอิงจาก The Korea Times คอนเสิร์ตในประเทศเกาหลีถูกจัดขึ้นเพราะแฟนๆชาวเกาหลีได้ไปรวมตัวกันต้อนรับทางวงที่ Incheon International Airport มากถึง 1,500 คน ในตอนที่ไปโปรโมต Jet Storm Tour  อาราชิยังพิสูจน์ถึงความนิยมของพวกเค้า เมื่อแฟนๆกว่า 15,000 คนได้เข้าไปสั่งซื้อบัตรคอนเสิร์ตออนไลน์จนหมดภาคใน 1 ชม.

ทางวงได้กลับมาที่ประเทศญี่ปุ่นเพื่อวางจำหน่ายซิงเกิ้ลสุดท้ายของปีในชื่อว่า "Aozora Pedal" โดยเพลงนี้เขียนขึ้นโดย ซุกะ ชิอาโกะ นักดนตรีชื่อดัง  ในชารต์ออริก้อน ทางวงสามารถทำยอดขายอาทิตย์แรกได้เป็นอันดับ 1 ด้วยยอดขาย 154,832 ชุด แม้ว่าอาราชิมีแผนจะมาจัดคอนเสิร์ตที่ประเทศไทยในวันที่ 7 ตุลาคม แต่ก็ต้องถูกยกเลิกเนื่องจาก วิกฤตการณ์การเมืองในประเทศ

2007: กลับมาตีตลาดในญี่ปุ่น
วันที่ 21 กุมภาพันธุ์ ค.ศ.2007 ทางวงได้ปล่อยซึ่งเกิ้ลแรกของปี "Love So Sweet" ซึ่งใช้เป็นเพลงประกอบละครเรตติ้งสูงเรื่อง Hana Yori Dango 2 และทะยานขึ้นสู้นอันดับ 1 ในทั้งรายวันและรายสัปดาห์ของตาราง  นอกจากนี้ยังเป็นซิงเกิ้ลแรกในรอบ 5 ปีที่สามารถขายไปได้กว่า 200,000 ชุด ในสัปดาห์แรก วันที่ 2 พฤษภาคม ซิงเกิ้ลที่ 19 "We Can Make It!" สามารถขึ้นอันดับ 1 ของตารางได้เช่นกันด้วยยอดขาย 150,546 ชุด และยังสามารถทำยอดขายเพิ่มไปได้อีก 54,229 ชุด จนถึงสิ้นปี ทำให้ขายไปได้ทั้งหมด 204,775 ชุด

เดือนเมษายน ปี 2007 คอนเสิร์ตที่ใหญ่ที่ของวงได้จัดขึ้นในชื่อ Arashi Around Asia in Dome ซึ่งต่อเนื่องมาจากคอนเสิร์ตที่กลับมาเล่นที่ญี่ปุ่นเมื่อเดือนมกราคม โดยคอนเสิร์ตนี้จัดขึ้นเพื่อฉลองให้กับความสำเร็จจาก Asia tour  Arashi Around Asia in Dome ได้จัดขึ้นที่ Kyocera Dome ในโอซาก้า และเป็นครั้งแรกที่จัดที่ Tokyo Dome วันที่ 14 กรกฎาคม อาราชิได้จัดทัวร์คอนเสิร์ตฤดูร้อนที่ชื่อว่า Time - Kotoba no Chikara ซึ่งมาจากอัลบั้ม Time อัลบั้มที่ 7 ของวง โดยอัลบั้มนี้สามารถทำยอดขายไปได้ 190,000 ชุดในอาทิตย์แรกของการจัดจำหน่าย  ไม่เพียงแต่เป็นการเพิ่มยอดขายอันดับ 1 ให้กับวง แต่อัลบั้มนี้ยังได้รางวัล Platinum จาก RIAJ อีกด้วย

ในเดือนกรกฎาคม อาราชิได้ร้องเพลงประกอบละครช่อง TBS เรื่อง Yamada Tarō Monogatari ซึ่งแสดงโดย นิโนะมิยะ และ ซากุไร ชื่อเพลง "Happiness" และวางขายวันที่ 5 กันยายน ซึ่งเป้นซิงเกิ้ลที่สามของปี  ซิงเกิ้ลนี้เปิดตัวเป็นที่ 1 และสิ้นปีขายไปได้ทั้งหมด 271,869 ชุด  ปีนี้ยังได้พิสูจน์ความสำเร็จของวง เมื่อซิงเกิ้ลทั้งหมดสามารถติด Top 30 ของ ออริก้อนชารต์ ประจำปี โดย "Love So Sweet" ได้อันดับที่ 4 และกลางเป็นซิงเกิ้ลแรกของวงที่สามารถเข้าไปติด Top 10 ได้สำเร็จ  "Love So Sweet" ยังได้เป็น 1 ใน 10 ซิงเกิ้ลยอดเยี่ยมจากงาน Japan Gold Disc Awards ครั้งที่ 22 ในปี 2008 อีกด้วย ทำให้เป็นครั้งแรกที่อาราชิได้รับรางวัลจากงาน Japan Gold Disc Award

2008: กลับมาได้รับความนิยมในญี่ปุ่น
จากความสำเร็จในปี 2007 ทำให้วงกลับมาได้รับความสนใจอีกครั้ง ในเดือนกุมภาพันธุ์ อาราชิได้ปล่อยซิงเกิ้ลแรกของปีนี้ชื่อ "Step and Go" ซึ่งสามารถเปิดตัวได้เป็นอันดับ 1 และทำยอดขายไปได้ 324,223 ชุด ภายในอาทิตย์แรก กลายเป็นซิงเกิ้ลแรกนับตั้งแต่ "Sunrise Nippon/Horizon" ในปี 2000 ที่สามารถทำยอดขายได้เกิน 300,000 ชุด ในสัปดาห์แรก  ในเดือนเดียวกัน ได้มาการประกาศว่าทางวงจะจัดทัวร์คอนเสิร์ตที่โดมใหญ่ 5 โดมคือ โตเกียว, นาโงย่า, โอซาก้า, ฟุคุโอกะ และ ซับโปโร  โดยทัวร์มีชื่อว่า Arashi Marks 2008 Dream-A-Live จัดทั้งหมด 10 รอบ ระหว่าง 16 พฤษภาคม ที่โอซาก้า ถึง 6 กรกฎาคม ที่ซับโปโร  โดยมีแค่ศิลปินรุ่นพี่อย่าง SMAP และ KinKi Kids ที่เคยทำทัวร์ 5 โดมมาก่อน  ทัวร์นี้ยังใช้ชื่อเดียวกับอัลบั้มที่ 8 ของวง Dream "A" Live ซึ่งเป็นอัลบั้มที่ได้รับความนิยมแม้แต่แฟนเพลงเพศชาย ซึ่งปกติแฟนคลับของศิลปินจอหนนี่มันจะเป็นวันรุ่นผู้หญิงและเด็กเล็ก ระหว่างทัวร์ อาราชิได้จำหน่ายซิงเกิ้ลที่ 22 "One Love" ซึ่งใช้ประกอบภาพยนต์ภาคสุดท้าย จากไตรภาคของ Hana Yori Dango ซีรี่ย์ ซิงเกิ้ลนี้ทำยอดขายได้มากกว่า 300,000 ชุด และเปิดตัวที่อันดับ 1 ภายในอาทิตย์แรกเช่นเดียวกับ "Step and Go"

ในวันที่ 5 กันยายน อาราชิกลายเป็นศิลปินคนที่สามหลังจาก SMAP และ Dreams Come True ที่ได้จัดคอนเสิร์ตที่ National Olympic Stadium ที่โตเกียว โดยเป็นครั้งแรกที่ทางวงได้จัดแสดงกลางแจ้ง และเป็นการเริ่มทัวร์เอเชียครั้งที่สอง โดยเป็นการกลับไปสองที่เดิมในครั้งที่แล้วคือ ไทเป และ โซล  และการไปครั้งแรกที่ เซี่ยงไฮ้  โดยคอนเสิร์ตที่เซี่ยงไฮ้ยังเป็นครั้งแรกที่ศิลปินค่ายจอห์นนี่ได้ไปเล่นที่ ประเทศจีน  เกือบเดือนหลังจากที่ "One Love" วางจำหน่าย ซิงเกิ้ลที่ 23 "Truth/Kaze no Mukō e" ได้ถูกปล่อยออกมา เปิดตัวด้วยอันดับสูงสุดในชารต์ออริก้อนด้วยยอดขาย 467,288 ชุด  ก่อนที่จะจัดแสดงที่เซี่ยงไฮ้ ทางวงได้ปล่อยซิงเกิ้ลที่ 4 ของปี "Beautiful Days" ออกมา  แม้ว่าจะมีเวลาแค่เดือนกว่าๆก่อนที่จะสรุปชารทประจำปี "Beautiful Days" สามารถใต่อันดับขึ้นมาติด Top 10 ของปีได้สำเร็จ DVD คอนเสิร์ตของพวกเค้า Summer Tour 2007 Final Time - Kotoba no Chikara ซึ่งวางจำหน่ายเมื่อ 16 เมษายน ติดอันดับที่ 2 ในสาขาดีวีดีเพลง และ อันดับ 6 ในสาขาดีวีดีทั่วไป

2009: ฉลองครบรอบ 10 ปี
ทางวงได้วางจำหน่ายซิงเกิ้ลหน้า A คู่ สองชุด คือ "Believe/Kumorinochi, Kaisei" และ "Ashita no Kioku/Crazy Moon: Kimi wa Muteki" ในวันที่ 4 มีนาคม และ 27 พฤษภาคม ตามลำดับในปี 2009 โดยซิงเกิ้ลทั้งสองสามารถทำยอดขายได้มากกว่า 500,000 ชุด ในอาทิตย์แรกของการวางจำหน่าย ทำให้อาราชิเป็นศิลปินแรกในรอบ 7 ปี 7 เดือน ที่สามารถทำยอดขายภายในอาทิตย์แรกได้เกิน 500,000 ทั้ง 2 ชุดติดต่อกัน โดยคนสุดท้ายที่ทำสถิตินี้ไว้ได้คือ คุวาตะ เคนสุเกะ

เมื่อสิ้นเดือนมิถุนายน อาราชิได้ประกาศทัวร์คอนเสิร์ตฉลองครบรอบ 10 ปี ที่ชื่อว่า Arashi Anniversary Tour 5x10 โดยจะจัดแสดงสามรอบติดที่ National Olympic Stadium ทำให้พวกเค้าเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่ได้จัดแสดง 3 วันติดต่อกันที่สเตเดี่ยมแห่งนี้ ซึ่งเกิ้ลที่สามของทางวง "Everything" ได้วางจำหน่ายในวันที่ 1 กรกฎาคม และทำยอดขายไปได้ประมาณ 342,000 ชุดในสัปดาห์แรก วันที่ 19 สิงหาคม อาราชิได้วางจำหน่ายอัลบั้มรวมฮิต All the Best! 1999-2009 ซึ่งรวมเอาเพลงซิงเกิ้ลทั้งหมดตั้งแต่เดบิว, เพลงพิเศษที่สมาชิกของวงร่วมกันแต่ง และแผ่น limited edition ที่บรรจุเพลง 10 เพลงที่สมาชิกของวงเลือกมา อัลบั้มนี้ทำยอดขายไปได้ 753,000 ชุด ในอาทิตย์แรกของการวางจำหน่าย หลังจากผ่านไปได้ 13 วัน อัลบั้มก็สามารถทำยอกขายได้เกิน 1 ล้านชุด และเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของอาราชิอีกด้วย และเป็นอัลบั้มแรกในปี 2009 ที่ทำยอดขายได้เกิน 1 ล้านชุด

วันที่ 11 พฤศจิกายน อาราชิได้ปล่อยซิงเกิ้ลสุดท้ายของปีที่ชื่อ "My Girl" ซิงเกิ้ลนี้เปิดตัววันแรกด้วยยอดขาย 178,000 ชุด และประมาณ 432,000 ชุด ในอาทิตย์แรก วันที่ 17 พฤศจิกายน ได้มีการประกาศว่าซิงเกิ้ลของวงได้ผูกขาดยอดขายอันดับ 1-4 ในสัปดาห์แรกที่วางจำหน่ายของปี 2009

วันที่ 20 พฤศจิกายน บริํษัจ House Foods ร่วมมือกับอาราชิจัดงานพิเศษที่ที่ชื่อว่า Arashi in Tokyo DisneySea Premium Event โดยได้จองทั้งสวนสนุกไว้ 1 คืน ทางวงได้แสดงเมดเลห์พิเศษเพลงฉลองวันคริสมาส และเพลงของทางวงเองเช่น "Arashi" และ "One Love" ทีให้อาราชิเป็นศิลปินกลุ่มแรกที่ได้ร้องเพลงของตัวเองในโตเกียวดิสนีย์ซี

อาราชิ ได้เข้าแสดงในงาน 60th NHK Kōhaku Uta Gassen ใน วันสิ้นปี ไม่เพียงแต่เป็นครั้งแรกของทางวงที่ได้ขึ้นแสดง แต่เป็นครั้งแรกในรอบ 21 ปี ที่ศิลปินค่ายจอห์นนี่วงอื่นนอกจาก SMAP และ Tokio สองวงที่ได้ขึ้นแสดงทุกปี ได้ขึ้นแสดงเป็นวงที่สาม







Leave a comment
Name:
Comment: