Click เพื่อเข้าสู่เว็บหรรษาใหม่
ดาราไทย
ดาราเอเชีย
ดาราฮอลลีวูด
คนดังหลังจอ
คนดังจากข่าว
คนดังในอดีต
Photo
Donnie Yen | เจิน จื่อตัน
Donnie Yen

เจิน จื่อตัน (甄子丹) หรือ ดอนนี่ เยน (Donnie Yen) นักแสดง, ผู้กำกับ และผู้ออกแบบคิวบู๊ชื่อดังของฮ่องกง เขาเกิดเมื่อวันที่ 27 กรกฎาคม พ.ศ. 2506 ที่เมืองกวางตุ้ง ประเทศจีน แม่ของเขาเป็นอาจารย์สอนวิชาไท่เก๊ก เยนย้ายตัวเองไปอยู่ที่บอสตันตั้งแต่ยังเด็ก โดยแม่ของเขาเป็นคนสอนวิชากังฟูให้เขาตอนอายุ 4 ปี เยนได้รับการฝึกฝนวิชาเทควันโดจนถึงวูซู จากนั้นเยนก็กลับมาที่ฝึกวูซูที่ปักกิ่ง จนเยนได้มีโอกาสไปเจอหยวนหวูปิง เยนจึงได้เข้ามาอยู่ในทีมของหยวนหวูปิง

ภาพยนตร์
เยนก้าวสู่โลกภาพยนตร์ครั้งแรกด้วยการเป็นคนอยู่เบื้องหลังในหนังเรื่อง Miracle Fighters 2 (1982) แต่บทนำของเยนครั้งแรก คือเรื่อง Drunken Tai Chi (1984) ของหยวนหวูปิง จากนั้นเยนก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ เช่น The Mismatched Couple (1985), Tiger Cage (1988), In the Line of Duty 4 (1989), Tiger Cage 2 (1990), Crystal Hunt (1991), The Holy Virgin Vs the Evil Dead (1991) แต่เรื่องที่ทำให้เยนเป็นที่รู้จักของคนทั่วโลก คือ Once Upon a Time in China II (1992) โดยเยนรับบทเป็นตัวร้ายในเรื่อง โดยเยนต้องประมือกับหลี่เหลียนเจี๋ย ทำให้คนทั่วโลกจดจำฝีมือการต่อสู้ของเขาได้เป็นอย่างดี

ภาพยนตร์ที่ทำให้เยนกลายเป็นดาราแอ๊คชั่นแบบเต็มตัว คือ Iron Monkey (1993) โดยเยนรับบทนำในเรื่องนี้ ซึ่งสร้างออกฉายในปี 1993 ที่ฮ่องกง และได้มีโอกาสไปฉายในสหรัฐอเมริกาในปี 2001 ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก

จากนั้นเยนก็มีผลงานออกมาเรื่อยๆ เช่น Dragon Inn (1992), Butterfly and Sword (1993), Heroes Among Heroes (1993), Wing Chun (1994), Iron Monkey 2 (1996) และ The Black Rose (1997)

 ละครทีวี
เยนไม่เพียงแต่เป็นดาราในจอใหญ่เท่านั้น แต่เขายังเคยนำแสดงละครจอแก้วที่ฮ่องกงมากมายต่อหลายเรื่อง แต่เรื่องที่คนจดจำเขาได้มากที่สุด คืองานที่สร้างจากหนังเก่าของ บรู๊ซ ลี เรื่อง Fist of Fury (TV) (1995) โดยออกอากาศทางช่อง ATV มีความยาวถึง 20 ตอน โดยเนื้อหาในหนังชุดเรื่องนี้ว่าด้วยเรื่องราวความขัดแย้งของชาวจีนกับชาวญี่ปุ่น โดยเยนรับบทเป็น เฉินเจิ้น พระเอกของเรื่องที่ต้องต่อสู้กับคนญี่ปุ่น ซึ่งเป็นคนฆ่าอาจารย์ฮ่วนหยวนเจี๋ย โดยต่อสู้ด้วยวิชากังฟู เพื่อล้างแค้นให้กับอาจารย์ของเขา ซึ่งคำวิจารณ์ในหนังชุดนี้มีทั้งบวกและลบ โดยในหนังชุดนี้นอกจากเยนจะรับบทนำแล้ว เขายังเป็นผู้ออกแบบคิวบู๊ในหนังชุดนี้อีกด้วย

ผู้กำกับภาพยนตร์
เยนมีผลงานกำกับภาพยนตร์ครั้งแรกคือ Legend of the Wolf (1997) โดยเยนรับหน้าที่ทั้งแสดงนำ, เขียนบท, อำนวยการสร้าง,กำกับคิวบู๊ และกำกับภาพยนตร์ด้วย โดยเรื่องนี้ได้รับการขนานนามว่าเป็นหนังแอ๊คชั่นทุนต่ำที่ดีเรื่องนึง ซึ่งได้รับรางวัลมากมาย โดยมีดาราสาวอย่าง หลี่ยั่วถง ร่วมแสดง

จากนั้นอีกปีถัดมา เยนก็กำกับภาพยนตร์อีกเรื่องคือ Ballistic Kiss (1998) โดยเขารับหน้าที่ทั้งแสดงนำ, อำนวยการสร้าง, กำกับคิวบู๊ และ กำกับภาพยนตร์ โดยว่าเรื่องราวของมือปืนผู้หนึ่ง ที่ไปหลงรักตำรวจสาว โดยหนังเรื่องนี้ได้ฉายในเทศกาลหนังต่างๆมากมาย และยังได้รางวัลผู้กำกับคลื่นลูกใหม่ในเทศกาลภาพยนตร์ของฮ่องกง และอีกเรื่องคือ Shanghai Affairs (1998) โดยรับหน้าที่กำกับ, กำกับคิวบู๊ และนำแสดง โดยเป็นผลงานรีเมคหนังเก่าของ บรู๊ซ ลี เรื่อง The Big Boss (1971)

จากนั้นเยนก็มารับหน้าที่กำกับภาพยนตร์อีกครั้งในเรื่อง Protégé de la Rose Noire (2004) นำแสดงโดย สองสาววง Twins และ เจิ้งอี้เจี้ยน

คิวบู๊
เยนมีผลงานในต่างประเทศครั้งแรกในหนังโทรทัศน์ (Pilot) ของประเทศเยอรมัน เรื่อง Codename : The Puma (หรืออีกชื่อ Der Puma - Kämpfer mit Herz) (1999 - 2000) ซึ่งในภายหลังได้ทำมาในแบบซีรีส์ในช่วงปี 2000 และเยนยังรับหน้าที่กำกับบางตอนให้กับซีรีส์ชุดนี้ และในปีเดียวกัน เยนก็มีผลงานในฮอลลีวู้ดเรื่องแรกคือ Highlander : Endgame (2000) โดยเยนรับบทเล็กๆในหนัง และยังเป็นผู้ประสานงานในส่วนคิวบู๊ในหนังเรื่องนี้อีก ร่วมถึงทำหน้าที่เดียวกันอีกในหนังแอ๊คชั่นอีกหลายๆเรื่อง เช่น Shurayuki-Hime (หรืออีกชื่อ The Princess Blade) (2001), Blade II (2002)

ปี 2003 เยนรับบทตัวร้ายในหนังภาคต่อของ เฉินหลง และ โอเว่น วิลสัน เรื่อง Shanghai Knights (2003) และมีส่วนร่วมในหนังแวมไพร์ของฮ่องกงอย่าง The Twins Effect (2003) ในหน้าที่ของผู้ออกแบบฉากต่อสู้ ซึ่งเขายังได้รางวัลม้าฮ่องกง (ตุ๊กตาทองฮ่องกง) ในสาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม ร่วมถึงยังได้ออกแบบฉากต่อสู้ในไตเติ้ลของเกม Oni-musha III บนเครื่อง เพลย์สเตชัน 2

ปี 2006 เยนมีส่วนร่วมในหนังสายลับเด็กเรื่อง Stormbreaker (2006) โดยสร้างจากนวนิยายของแอนโธนี่ โฮโนวิตส์ ซึ่งเขารับหน้าที่ในส่วนของผู้ประสานงานแอ็คชั่นในเรื่องนี้

ปัจจุบัน
ปี 2005 เยนนำแสดงสบทบในภาพยนตร์กำลังภายในเรื่อง Seven Swords (2005) ผลงานกำกับของ ฉีเคอะ ซึ่งประสบความล้มเหลวทั้งรายได้และคำวิจารณ์จากทั่วโลก และในปีเดียวกัน เยนก็ประสบความสำเร็จอย่างสูงกับภาพยนตร์แอ็คชั่น - อาชญากรรม เรื่อง SPL (Sha Po Lang) (2005) เรื่องราวสงครามระหว่างตำรวจกับเจ้าพ่อมาเฟียผู้หนึ่ง นำแสดงร่วมกับ หงจิงเป่า, เยิ่นต๊ะหัว และ อู๋จิง โดยสามารถเปิดตัวขึ้นอันดับในฮ่องกงถึง 3 สัปดาห์ซ้อน และเยนยังได้รางวัลม้าทองคำ (ตุ๊กตาทองฮ่องกง) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม

จากนั้นปี 2006 เยนรับบทนำในภาพยนตร์เรื่อง Dragon Tiger Gate (2006) โดยสร้างจากหนังสือการ์ตูนของฮ่องกง ร่วมแสดงกับ เซียะ ถิงฟง และ หยูเหวินเล่อ

ปี 2007 เยนรับบทนำในภาพยนตร์แอ๊คชั่น - อาชญากรรม เรื่อง Flash Point (2007) ร่วมแสดงกับ กู่เทียนเล่อ, หลี่เหลียงเว่ย , คอลลิน โชว และ ฟานปิงปิง โดยล่าสุด เยนได้รับรางวัลม้าทองคำ (ตุ๊กตาทองฮ่องกง) สาขาออกแบบฉากต่อสู้ยอดเยี่ยม

ปี 2008 เยนนำแสดงในภาพยนตร์มหากาพย์สงคราม เรื่อง An Empress and the Warriors (2008) โดยร่วมแสดงกับ เฉินฮุ้ยหลิน และ หลี่หมิง ผลงานกำกับของ เฉิงเสี่ยวตง ร่วมถึงหนังกำลังภายในแฟนตาซี - สยองขวัญ เรื่อง Painted Skin (2008) โดยเป็นรีเมคงานเก่าของผู้กำกับ คิงฮู นำแสดงร่วมกับ โจว ซวิ่น, เจ้าเวย, เฉินคุน, ซุนหลี่ และ Ip Man หนังแอ็คชั่น - กังฟู โดยอิงจากชีวิตจริงของ ยิปมัน ครูมวยหย่งชุนชื่อดังในตำนาน และเป็นอาจารย์ของ บรู๊ซ ลี โดยร่วมแสดงกับ เยิ่นต๊ะหัว และหงจินเป่าซึ่งรับหน้าที่กำกับคิวบู๊ในเรื่องนี้ด้วย






Leave a comment
Name:
Comment: