Click เพื่อเข้าสู่เว็บหรรษาใหม่
ดาราไทย
ดาราเอเชีย
ดาราฮอลลีวูด
คนดังหลังจอ
คนดังจากข่าว
คนดังในอดีต
Photo
James Franco | เจมส์ แฟรนโก
James Franco

เจมส์ เอ็ดเวิร์ด แฟรนโก (อังกฤษ: James Edward Franco) เกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1978 เป็นนักแสดงชาวอเมริกัน ผู้กำกับ นักเขียนบทภาพยนตร์ ผู้สร้างภาพยนตร์ และ ศิลปิน เขาเริ่มแสดงในช่วงปลายคริสตทศวรรษ 1990 ปรากฏในซีรีส์เรื่อง Freaks and Geeks และ แสดงนำในภาพยนตร์วัยรุ่นอีกหลายเรื่อง และในปี 2001 ได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ สาขานักแสดงยอดเยี่ยมจากซีรีส์เรื่อง James Dean

จนเป็นที่รู้จักในต้นคริสตทศวรรษ 2000 บทบาทแฮร์รี ออสบอร์น ในภาพยนตร์เรื่องสไปเดอร์แมน ในปี 2005 เขาแสดงในภาพยนตร์สงครามเรื่อง The Great Raid ในบทโรเบิร์ต พรินซ์ ในปี 2006 แฟรนโกได้แสดงนำในภาพยนตร์ฮอลลีวูด 3 เรื่อง คือ Tristan & Isolde , Annapolis และ Flyboys ในปี 2008 แฟรนโกนักแสดงในหนังตลกเรื่อง Pineapple Express ซึ่งทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำในสาขานักแสดงยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลงหรือภาพยนตร์ตลก เขายังรับบทเด่นในภาพยนตร์ชีวประวัติเรื่อง Milk

ชีวิตช่วงแรก

แฟรนโกเกิดเมื่อวันที่ 19 เมษายน ค.ศ. 1978 ในพาโลอัลโต รัฐแคลิฟอร์เนีย เป็นบุตรชายของเบตซี (นามสกุลเดิม เวิร์น) กวี นักประพันธ์ บรรณาธิการ กับดั๊ก แฟรนโก คุณยาย มิตซี เลวีน เวิร์น ได้เปิดแกเลอรีศิลปะที่ชื่อ เวิร์นอาร์ตแกเลอรี ในคลีฟแลนด์ รัฐโอไฮโอ พ่อของแฟรนโกมีเชื้อสายโปรตุเกสและสวีเดน ส่วนแม่ของแฟรนโกเป็นคนยิว ที่ลี้ภัยมาจากรัสเซีย แฟรนโกโตที่แคลิฟอร์เนียกับน้องชายอีกสองคน ชื่อทอมและเดฟ เขาจบระดับมัธยมปลายจากโรงเรียนมัธยมพาโลอัลโต ในปี 1996 เขาได้รับเลือกเป็นนักเรียนที่ยิ้มมากที่สุด จากนั้นเขาศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยแคลิฟอร์เนีย ลอสแอนเจลิส (UCLA) เอกภาษาอังกฤษ แต่เขาก็หยุดจากการเรียนตั้งแต่ชั้นปี 1 และเลือกที่ก้าวสู่การแสดงอาชีพในฐานะนักแสดง โดยเรียนการแสดงกับโรเบิร์ต คาร์นีกี ที่เพลย์เฮาส์เวสต์

อาชีพ

งานช่วงแรก

หลังจากการฝึกหัดนานกว่า 15 เดือน เขาเริ่มจะไปออดิชันในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย เขาได้ร่วมแสดงในบทนำในซีรีส์ทางโทรทัศน์ ที่ออกฉายอยู่ไม่กี่ตอนแต่ก็ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดี ในซีรีส์เรื่อง Freaks and Geeks แฟรนโกอธิบายเกี่ยวกับซีรีส์นี้ว่า "เป็นอะไรที่สนุกที่สุดเรื่องหนึ่ง" ถือเป็นประสบการณ์ที่ดีที่เขาได้รับ ในอีกบทสัมภาษณ์หนึ่ง แฟรนโกพูดว่า "เมื่อตอนที่เราทำ Freaks and Geeks ผมไม่เข้าใจเลยว่าหนังหรือทีวี เขาทำกันอย่างไร และผมก็แสดงออกมาแม้ว่าจะไม่มีกล้องจับที่ผม...ผมก็เริ่มแสดงสด แต่ก็ไม่ได้ดีอะไรมากมาย"

บทหลักของเขาเรื่องแรกในภาพยนตร์ คือหนังโรแมนติกคอเมดี้ เรื่อง Whatever It Takes (2000) ที่เขาแสดงร่วมกับอดีตแฟนเก่า มาร์ลา โซโคลอฟฟ์ ต่อมาเขาได้แสดงในบทเจมส์ ดีน ภาพยนตร์โทรทัศน์แนวชีวประวัติ กำกับโดยมาร์ก ไรเดลล์ ในปี 2001 เคน ทักเกอร์แห่งหนังสือ เอนเทอร์เทนเมนต์วีกลี เขียนไว้ว่า "แฟรนโกสอบผ่านสบาย ๆ กับบทของดีน แต่แทนที่จะถูกควบคุมที่ดูไม่น่าเชื่อถือ เขากลับเป็นชายหนุ่มที่ไร้รากนั้น" เขาได้รับรางวัลลูกโลกทองคำ และยังได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลเอมมีและรางวัลแซกอวอร์ด อีกด้วย

ไอ้แมงมุม และงานหลังจากนั้น

ในปี 2002 เขาได้แสดงในภาพยนตร์ซูเปอร์ฮีโร เรื่อง ไอ้แมงมุม ที่ถือว่าเป็นภาพยนตร์ที่ประสบความสำเร็จในอาชีพของเขา โดยแฟรนโกรับบทเป็นแฮร์รี ออสบอร์น บุตรชายของตัวร้าย กรีน ก็อบลิน (วิลเลม ดาโฟ) และเพื่อนรักที่เป็นไอ้แมงมุม (โทบีย์ แม็คไกวร์) เดิมทีแฟรนโกได้ถูกพิจารณาไว้ในบทนำ ไอ้แมงมุม/ปีเตอร์ ปาร์กเกอร์ ในภาพยนตร์ แต่บทก็ตกไปอยุ่ที่โทบีย์ แม็คไกวร์ ด้านคำวิจารณ์ ท็อดด์ แม็กคาร์ธี แห่ง วาไรตี้ เขียนไว้ว่า "มีส่วนที่ดีที่สุด ที่เกิดขึ้นระหว่างแม็คไกวร์กับแฟรนโก ในหนังเรื่องนี้" ไอ้แมงมุม ประสบความสำเร็จด้านรายได้และคำวิจารณ์เป็นอย่างดี ภาพยนตร์ทำรายได้ 114 ล้านเหรียญสหรัฐ ในสัปดาห์เปิดตัวในอเมริกาเหนือ และทำรายได้รวมที่ 822 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก ในปีเดียวกัน แฟรนโกแสดงในหนังดราม่า เรื่อง City by the Sea (2002) ปีถัดมาเขาแสดงร่วมในภาพยนตร์ของโรเบิร์ต อัลต์แมน ร่วมกับเนฟ แคมป์เบลล์ เรื่อง The Company (2003)

จากการประสบความสำเร็จของภาพยนตร์ ไอ้แมงมุม ทำให้เขาได้แสดงบทบาทต่อในภาคต่อ ไอ้แมงมุม 2 ในปี 2004 ภาพยนตร์ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดีจากนักวิจารณ์ และเป็นข้อพิสูจน์ในด้านความสำเร็จอย่างมาก โดยทำสถิติใหม่ของหนังเปิดตัวสุดสัปดาห์ในบ็อกซ์ออฟฟิสในอเมริกาเหนือ ด้วยยอด 783 ล้านเหรียญสหรัฐทั่วโลก กลายเป็นหนังที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดเป็นอันดับ 2 ในปี 2004 ปีถัดมาเขาแสดงในภาพยนตร์สงครามเรื่อง The Great Raid รับบทเป็นร้อยเอกโรเบิร์ต พรินซ์ ของกองทัพอเมริกันในกองบัญชาการกองทัพที่ 6 ที่ได้วางแผนช่วยผู้ที่ถูกคุมขังในค่ายกักกันในคาบานาทวน ประเทศฟิลิปปินส์ ออกมา

ในปี 2006 แฟรนโกแสดงร่วมกับไทรีส กิบสัน ใน Annapolis ผู้กล้าในตำนาน ทริสตัน ใน Tristan & Isolde เป็นเรื่องราวความรักของ ทริสตันและอิโซต์นำแสดงร่วมกับนักแสดงหญิงชาวอังกฤษ โซเฟีย ไมลส์ จากนั้นเขาได้ร่วมฝึกกับทีมสตันต์ที่ชื่อ "เดอะบลูแอนเจิลส์" และได้รับใบอนุญาตบิน สำหรับการเตรียมตัวในบทบาทเรื่อง Flyboys ที่ออกฉายเมื่อเดือนกันยายน ค.ศ. 2006 ต่อมาในเดือนเดียวกันเขาปรากฏในภาพยนตร์แนวสยองขวัญเรื่อง The Wicker Man นำแสดงโดยนิโคลัส เคจ กำกับโดยซันนี และเช่นเดียวกันในปี 2006 เขาปรากฏตัวในบทเล็ก ๆ ในภาพยนตร์แนวโรแมนติกคอเมดี้เรื่อง The Holiday

ในปี 2007 เขากลับมารับบทแฮร์รี ออสบอร์น อีกครั้งใน ไอ้แมงมุม 3 บทวิจารณ์ของภาคนี้ตรงกันข้ามกับในสองภาคแรกที่ได้รับเสียงวิจารณ์ที่ดี ไอ้แมงมุม 3 ได้รับเสียงวิจารณ์บวกลบปนกัน ถึงกระนั้นภาพยนตร์ก็ทำรายได้ทั่วโลกได้ 891 ล้านเหรียญสหรัฐ และถือเป็นภาพยนตร์หนึ่งในซีรีส์ที่ประสบความสำเร็จที่สุด และถือเป็นภาพยนตร์ที่ทำรายได้สูงที่สุดของแฟรนโก จากข้อมูลปลายปี 2008 ในปีเดียวกันแฟรนโก แสดงในบทเล็ก ๆ ในภาพยนตร์ตลกเรื่อง Knocked Up

เขาแสดงในภาพยนตร์เรื่อง Pineapple Express หนังตลกที่แสดงร่วมและร่วมเขียนบทกับเซธ โรเกน และผลิตโดยจัดด์ อแพโทว์ ทั้งคู่เคยร่วมงานกับแฟรนโกในภาพยนตร์ Freaks and Geeks นักวิจารณ์ นิวยอร์กไทมส์ มาโนห์ลา ดาร์จิส เขียนไว้ว่า "เขาดูความสุขในบท ซอล ที่ดูสบาย ๆ น่าขัน และยังไม่สามารถระงับความเซ็กซี่ ทั้ง ๆ ที่มีม่านผมที่มันกับที่พักพุ ๆ พัง ๆ ที่มีค่าศูนย์ เกินกว่าผู้หญิงจะยอมรับได้ เป็นการแสดงที่ไม่น่าประทับใจที่ดูเกินพอ อีกทั้งทำให้หนังดูเป็นผู้เป็นคนเกินไป ทำเสียงฉุนเฉียวซึ่งกลายเป็นการสร่างเมาที่น่าผิดหวังและดูเครียด" การแสดงจากภาพยนตร์เรื่องนี้ทำให้เขาได้รับการเสนอชื่อเข้าชิงรางวัลลูกโลกทองคำในสาขานักแสดงชายยอดเยี่ยมประเภทภาพยนตร์เพลงหรือตลก ในปี 2008 เขามีผลงานในภาพยนตร์ของศิลปินที่ชื่อคาร์เตอร์ จัดการแสดงที่แกลเลอรี Yvon Lambert ในปารีส และเมื่อวันที่ 20 กันยายน ค.ศ. 2008 เขาเป็นพิธีกรรายการ แซตเทอร์เดย์ไนต์ไลฟ์

แฟรนโกแสดงร่วมกับ ฌอน เพนน์ จอช โบรลิน และเอไมล์ เฮิร์ช ในภาพยนตร์ชีวประวัติในปี 2008 ของฮาร์วีย์ มิลก์ เรื่อง Milk กำกับโดย กัส แวน แซงต์ เขารับบทเป็นสกอตต์ สมิธ คนรักของฮาร์วีย์ มิลก์ (เพนน์) คำวิจารณ์การแสดงเรื่องนี้ เคนเนธ ทูแรนแห่ง ลอสแอนเจลิสไทมส์ เขียนไว้ว่า "แฟรนโกดูเหมาะสมกับเขา (เพนน์) ในฐานะคนรักที่สุดท้ายก็มีชีวิตด้านการเมือง" สำหรับการแสดงภาพยนตร์เรื่องนี้ แฟรนโกได้รับรางวัลหนังอินดี้ยอดเยี่ยมแห่งสหรัฐอเมริกา ในสาขานักแสดงสมทบชายยอดเยี่ยม

ชีวิตส่วนตัว

ในปี ค.ศ. 2008 แฟรนโกศึกษาจบปริญญาตรีภาษาอังกฤษจากยูซีแอลเอ เขาทำวิทยานิพนธ์ภายใต้การดูแลของนักประพันธ์ โมนา ซิมป์สัน อจากนั้นแฟรนโกย้ายมาที่นิวยอร์กเพื่อศึกษาปริญญาโทด้านการเขียนจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย และโรงเรียนศิลปะทิชของมหาวิทยาลัยนิวยอร์ก ที่ที่เขาศึกษาด้านการทำภาพยนตร์ที่นี่

ในด้านศิลปะแล้ว โดยเฉพาะอย่างยิ่งด้านจิตรกรรม แฟรนโกมีความสามารถตั้งแต่ศึกษาระดับไฮสคูล ขณะที่เขาเรียนอย่างเข้มงวดที่โรงเรียนศิลปะแคลิฟอร์เนียสเตดซัมเมอร์ (California State Summer School for the Arts) แฟรนโกเคยพูดว่า งานด้านจิตรกรรมเป็นหนทางในการ "ปลดปล่อย" ที่เขาต้องการในช่วงเรียนไฮสคูล และแท้จริงแล้วเขาวาดภาพยาวนานกว่าการแสดงเสียอีก งานเขียนของเขาแสดงครั้งแรกสู่สาธารณะชนที่ กลูแกเลอรี ในลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย ตั้งแต่ 7 มกราคม ค.ศ. 2006 ถึง 11 กุมภาพันธ์ ค.ศ. 2006 นอกจากนั้นในภาพยนตร์ ไอ้แมงมุม 3 ยังมีฉากที่เขาวาดรูปอยู่ในเรื่องด้วย

ตั้งแต่เดือนเมษายน ค.ศ. 2006 แฟรนโกมีความสัมพันธ์กับนักแสดงสาว อาห์นา โอ'ไรลี ในปี ค.ศ. 2008 แฟรนโกถูกขนานนามว่าเป็นหน้าใหม่ของน้ำหอมผู้ชายกุชชี

เขาถูกเลือกให้เป็นผู้พูดในวันสำเร็จการศึกษาที่อายุน้อยที่สุด ที่เรียนเก่าของเขา ยูซีแอลเอ เมื่อวันศุกร์ที่ 12 มิถุนายน ค.ศ. 2009 แต่เมื่อวันที่ 3 มิถุนายน ค.ศ. 2009 สื่อประกาศออกมาว่าแฟรนโกยกเลิกการพูดนี้เนื่องจากตารางเวลาขัดกัน ซึ่งต่อมาวันที่ 8 กรกฎาคม ค.ศ. 2009 แฟรนโกออกวิดีโอเสียดสีในเว็บไซต์ตลก "ฟันนี่ออร์ดาย" ล้อเลียนเรื่องเกี่ยวกับนาทีสุดท้ายที่เขายกเลิกครั้งนี้

Leave a comment
Name:
Comment: